Thursday, September 23, 2010

ขายเครื่องดูดฝุ่น ^O^

เย้ เย้ ขายเครื่องดูดฝุ่นได้แล้ว ทำไมของที่เราคิดว่าจะขายไม่ออกอย่างตะกร้าลากกับเครื่องดูดฝุ่น ขายออกง่ายจัง แต่ไอจักรยานที่ดูเหมือนจะขายกับขายไม่ออก เหอะเหอะ แปลกจริง....
เหมือนเดิม ตื่น 6 โมงเช้า อาบน้ำ แต่งตัว ลงข้างล่างเตรียมอาหารเช้า วันนี้มาแปลกหน่อยๆ พอดีซาลาเปาที่ซื้อมามันทำมาลูกเบ้อเริ่มแต่มีไส้ครีมจิ๊ดเดียว แถมไส้ก้อไม่นุ่มด้วย ยังกะดินที่ไม่ได้พรวน แบบแตกเป็นผงๆ ไม่ได้เรื่อง พอดีมีถั่วแดงหวานบดที่ซื้อมาจากร้านญี่ปุ่น เลยกะจะมาทำไส้ให้มัน ก้อหั่นซาลาเปาแนวขวางแบ่งเป็นครึ่ง โปะถั่วแดงไปตรงกลาง บี้ให้ัถั่วซาลาเปา เอาส่วนบนมาประกบ แล้วก้อเอาไปนึ่งกับขนมไหว้พระจันทร์ที่เหลือ ขณะนึ่งก้อต้มน้ำ เก็บจาน เอานมช็อคโกแลตไปอุ่นให้ร้อน กลางลงมาก้อมาช่วย แล้วเราก้อจัดโต๊ะกินกัน ซาลาเปาออกมาอร่อย ไส้เยอะ เหอะเหอะ ไส้ครีมปนถั่วแดง สองสี กินกันแบบหนืดคอ กินกันเรื่อยๆจนเสร็จ ก้อล้างจาน เช็ดโต๊ะ ขึ้นห้อง เช็คเมล์ อากาศ หาเพลงใหม่ๆลง mp3 วันนี้อากาศหนาวพอควร เลยใส่ผ้าพันคอ พอ 8 โมง ก้อลงข้างล่าง คุยกับโฮส พกอาหารกลางวัน น้ำ กิ๊ฟออกไปสตาร์ทรถ ไอน้ำเต็มกระจกรถเลย เพราะอากาศหนาวจัด ด้วยความโง่ ดันไปปัดหน้ากระจกตอนเปิดประตูรถนั่งอยู่ น้ำเลยหกใส่กางเกง -_- ไม่เป็นไร เด๋วก้อแห้ง เหอะเหอะ กลางเดินมา เอากระเป๋าขึ้นรถ โฮสก้อออกรถเหมือนกันทั้งคู่ เค้ารอให้เราไปก่อน แล้วเค้าก้อขับตามมา ไม่รู้เค้าไปไหนกัน ขับมาจอดที่โบสถ์ แล้วก้อเดินไปร.ร.กัน มาถึงห้องสมุดก้อแยกกัน กิ๊ฟขึ้นมาอ่านญี่ปุ่นกับ Chicano เสร็จก้อลงไปพิมพ์งานชั้นสอง พอ 10:20 ต้องแฟกซ์ใบเลิกประกันไปที่บริษัทประกันรถ เพราะจะซื้อประกันใหม่ที่ถูกกว่า เลยไปเข้าที่ร้านขายหนังสือขอเค้าแฟกซ์ เสร็จก้อไปเข้าห้องเรียน มาเร็วไปหน่อย เลยลองโทรไปที่บริษัทประกันเช็คว่าเค้าได้รับแฟกซ์เราไหม เค้าบอกได้รับ เราก้อเลยถามว่าเค้าจะคืนเงินค่าประกันที่เหลือไหม เค้าบอกจะคืนให้ แต่เราต้องเสียค่ายกเลิก เพราะเราทำสัญญาไว้ อะไรกันตอนคุยกับคนขายไม่เห็นบอกเลยว่าต้องเสีย 10% เค้าบอกมันอยู่ในสัญญา เราเลยบอกเค้าไปว่าจะมาเช็คก่อน ตอนกลับมาบ้าน คุยเสร็จก้อไปเข้าห้องเรียน เรียนจนถึง 12:15 ครูปล่อย ก้อเดินไปโรงอาหารกับเพื่อน เพื่อนขอตัวไปเรียนก่อน เราก้อไปอุ่นอาหารกลางวัน มีเพื่อนมาทัก ก้อคุยๆนิดหน่อย แล้วก้อหาที่นั่งกิน มีคนส่งข้อความมาว่าสนใจจะซื้อเครื่องดูดฝุ่นที่ลงประกาศ เลยนัดเจอเค้าตอน 4:30 วันนี้ กินเสร็จ ก้อไปล้างมือ เข้าห้องน้ำ แล้วก้อไปเข้าห้องเรียน เรียนจนถึง 3:20 นัดเจอกลางที่หน้าห้องสมุด แล้วเราก้อเดินกลับบ้านกัน มาถึงโบสถ์ขับต่อมาบ้าน มาถึงโฮสหยุดงานทั้งคู่ อยู่บ้านทั้งสองคน กำลังประกอบที่นอนเปลเด็ก เห่อกันจริงๆ อีกตั้งนานกว่าลูกจะคลอด ซื้อให้ฝุ่นเกาะมั้งเนี้ย เหอะเหอะ คุยกับเค้านิดๆหน่อยๆ กลางหาอะไรกิน กิ๊ฟก้อนั่งกินน้ำผลไม้เป็นเพื่อน อ่านหนังสือไปด้วย พอ 4:30 คนนั้นเค้าก้อถามทางมาบ้านเรา ก้อบอกไป แปปเดียวก้อมา เราก้อไปเปิดประตู เป็นผู้ชายกับแฟน ยังหนุ่มสาวทั้งคู่ เราก้อเริ่มต้นอธิบายวิธีใช้ให้เค้าฟัง แต่ละอย่าง รู้สึกเหมือนเราเป็น sale ยังไงๆก้อไม่รู้ เสร็จ ผู้ชายก้อลองใช้ ดูเหมือนเค้าจะมีความรู้เรื่องเครื่องใช้ไฟฟ้า เค้าถามว่าทำไมแปรงดูดฝุ่นไม่หมุด สงสัยสายพวงมันเสีย เค้าก้อเลยบอกให้เราเอาไขควงมา เค้าก้อไขๆ เริ่มรู้สึกแปลกใจหน่อยๆ เราคิดว่ามันก้อใช้แล้วเป็นงี้มาตั้งนานนะ ไม่ได้สังเกตว่ามันหมุน เหอะเหอะ เค้าเลยต่อราคา ตั้งไว้ $39 ต่อ $35 ขอเพิ่มอีกหน่อยเป็น $37 สรุปขายได้ $37 เค้าบอกที่ต่อเพราะเค้าจะไปซื้อสายพวงอันใหม่ให้เครื่อง เอาวะเห็นเค้าดูมีความรู้ ช่างปะไร ขายได้เป็นพอ ขายเสร็จก้อบอกโฮส โฮสงงว่าทำไมเราขายของออกง่ายจัง เหอะเหอะ ไม่รู้เหมือนกันแฮะ สงสัยโฆษณาเราดี โกหกเก่งว่างั้น ชอบบอกว่าจะย้ายออกแล้ว เลยต้องขายทิ้ง เค้าจะได้รู้ว่าของยังดีอยู่ แต่ก้อยังดีิอยู่จริงอะ เราใช้เครื่องรักษาทุกอย่าง อีกอย่างเราถ่ายรูปให้เค้าดูเห็นชัดๆ หลายๆรูป บอกข้อดีของแต่ละอย่างไว้เยอะๆ แล้วก้อเช็คราคาในตลาดว่าเค้าขายกันเท่าไร ดูรุ่นเครื่องที่เค้าขาย แล้วก้อตั้้งราคาที่พอเหมาะกับรุ่นเรา ใช้วิชาเศรษฐศาสตร์บวกธุรกิจนะเนี่ย บวกจิตวิทยาหน่อยๆ ไปได้สวย ชอบจะเยย เด๋วจะทำเรื่อยๆ เหอะเหอะ พอขายเสร็จก้อมาอ่านหนังสือต่อ ทำการบ้านจนถึง 7:20 คุยกับ เพื่อนนักบวช Tae Kim เพราะเค้าจะพาไปเลี้ยงพรุ่งนี้ นัดเค้าไว้ 12 กลางไปไม่ได้น่าเสียดาย ไม่เป็นไร เค้าบอกจะพาสองคนไปคราวหน้าอีก ใจดีจัง คุยเสร็จก้อมาเขียน Blog เด๋วจะไปอาบน้ำแย้ว....

วันนี้กลางเขียนละกัน

ปกติ หนูจะไม่ค่อยอ่านบล๊อกที่เจ๊กิ๊ฟเขียนเท่าไรหรอก แต่พอดี ตะกี้แอบไปเห็
เลยขำออกมาเลย เขียนอะไรก็ไม่รู้ กิ๊ฟก็ทำนู้นกลางก็ทำนี้ อ่านแล้ว รู้สึกทะแม่งๆในใจ

แต่เอาเหอะ หนูไม่อยากวิจาร์ณมาก ...
นึกก่อนว่าจะเริ่มยังไง…. (นึกได้ละ. ปิ๊ง!)  ตอนนี้หนูอยู่ห้องสมุดนะ เมื่อกี้เพิ่งจะเรียนบัญชีเสร็จ
หนูหัวเราะท้องแข็งคุยกับอาจาร์ยด้วยกับเพื่อนๆด้วย ตอนนี้น่าหนูเริ่มจะเท่ากะละมังและ
หัวเราะจนเกือบช๊อค ฮ่าๆๆๆ
พอดีเมื่อวานหนูกับเจ๊กิ๊ฟได้คุยกับแม่ทางโทรกะสับ มานึกไปนึกมา ก็เพิ่งนึกได้ ว่าเราคุยกันแต่เรื่องพวกเราเอง
หนูเลยอยากจะถามว่า ที่บ้านเป็นยังไงกันบ้างเนี้ย? สุขภาพอะไรพวกเนี้ย หนูอยากจะรู้รายละเอียด อย่างลึกซึ้ง
(อะไรเนี้ย นั่งอยู่ดีๆก็เห็นญ ช จูบกัน TT เกียจจริงๆ อีพวกไม่เกรงใจคนเนี้ย) อะมาเรื่องสุขภาพต่อ…
จะบอกว่า อยู่บ้านทำงานกันอะ อย่าห่วงแต่งานอย่างเดียวละ ให้เวลากับการพักผ่อนให้เยอะที่สุดเท่าที่จะทำได้
หนูอยู่นี้ หนูไม่ชอบเที่ยวเลยละ เพราะการเที่ยว มันทำให้พลังงานหนูหมดเร็วมาก เวลาหนูว่างหนูจะพักอยู่บ้านเนี้ยละ
….
มะคืนหลังคุยกับแม่เสร็จ หนูก็ทำการบ้านต่อจนตีหนึ่ง เพราะเวลาคุยหนูจะทำการบ้านไม่ได้ อันนี้ก็เป็นเรื่องปกติ
แต่ไม่เป็นไร เพราะเต็มใจอยากจะเม้าสอยู่แล้ว พอการบ้านเสร็จ หนูก็นอน แต่นอนไม่หลับ คิดหลายเรื่อง
ไม่ว่าจะเรื่องผลคะแนนเลขที่ได้ 79 คะแนน หนูยังช๊อคไม่หายเลย คือหนูหวังตอนแรกว่าจะได้ร้อยเต็มด้วยซ้ำ
ก็เพราะมันง่ายไง ถึงทำเร็ว แล้วพลาดอีก แย่มากๆอะ แต่ไม่ต้องห่วงหรอก คนอย่างหนู ถ้าหนูหวังจะได้ A
มันจะต้องได้แน่นอน. 

(จะบอกว่า เรื่องนี้จริงๆหนูกับเจ๊กิ๊ฟมีส่วนผิดทั้งคู่ แต่ถ้าให้หนูเขียน หนูขอเล่าในอารมณ์ที่มันเกิดขึ้นวันนั่นเลยละกัน อารมณ์ที่คิดแต่เข้าข้างตัวเองไง ทั้งตัวเจ๊กิ๊ฟและหนูเอง แต่ตอนนี้เคลียร์แล้ว แต่จะเล่าตอนยังไม่เคลียร์)
ส่วนเรื่องทะเลาะกับเจ๊กิ๊ฟ จริงๆ มันไม่มีอะไรหรอก คือถ้าจะมาพูดนะ ว่าระหว่างเจ๊กิ๊ฟกับหนู ใครเครียดกว่ากัน
หนูว่ามันบอกไม่ได้หรอกว่า คนนี้เครียดน้อยกว่าหรือว่าอะไร เพียงแต่เราเครียดกันคนละอย่างก็เท่านั่น
ตัวหนูเอง หนูก็คิดมาก แล้วก็เครียดค่อนข้างง่ายด้วย โดยเฉพาะเรื่องเวลากับการเรียน แล้วหนูก็เชื่อ ว่าเจ๊กิ๊ฟ
คงจะคล้ายๆกัน แต่สิ่งที่หนูไม่เป็นคือ แบ่งความเครียดให้คนอื่นรับรู้ แล้วทำให้เค้าเครียดตาม
วันนั่นที่ทะเลาะกัน หนูจะเล่ารายละเอียดให้ฟัง … ตอนเช้า หนูลงมาข้างล่าง ก็เห็นเจ๊กิ๊ฟหันหลังทำข้าวโอ๊ตอยู่
เค้าเอาไปต้มใส่หม้อ… ทีนี้หนูก็ทักว่า ‘ทำไมตัวเองไม่เอาไปใส่ไมโครเวฟละ? น้องกลางเห็นเพื่อนน้องกลางเคยทำให้กินแบบนั่น’
เจ๊กิ๊ฟอารมณ์เสียมาจากไหนก็ไม่รู้ สงสัยฝันร้ายละมั๊ง เค้าตอบหนูว่า “ฉันไม่ได้โง่น๋า” ตอบซะกวนหนูมาก ส่วนหนูเอง ก็ไม่ยอม
หรอก ก็เลยกวนเค้าไปซะเลย วันนั่นหนูอารมณ์เสียมากนะ มันตอนเช้าด้วยอะ หนูก็เหนื่อย หนูนอนดึกกว่าเค้า ทำการบ้านอ่านหนังสือ
แล้วหนูมาเจอเค้าพูดแบบนี้ หนูก็ระเบิดเหมือนกันอะ… มีอีกเรื่อง เรื่องกุญแจ. อันนี้หนูอารมเสียยิ่งกว่า คือหนูกับเจ๊กิ๊ฟมีกุญแจกันคนละอัน
แต่หนูไม่พก (ฟังไปหนูก็ผิด แต่หนูมีเหตุผล) เพราะเวลาไปไหนมาไหน เราเหมือนเป็นปลาท่องโก๋ คือไปด้วยกันตลอด … หนูจะพกแค่วันศุกร์ วันที่
เจ๊กิ๊ฟไม่มีเรียนแต่หนูมีเรียน แล้วหนูต้องไปเรียนคนเดียว วันนั่นน่าจะเป็นวันอังคารนะที่เกิดเรื่อง หนูปิดประตูบ้าน แต่เวลาเจ๊กิ๊ฟเค้าทำอะไรเส็ด
เค้าจะทิ้งให้หนูตลอด ขอบอกเลยว่าตลอด! ไม่เคยหันหลัง ถ้าไปคือไป แล้วยิ่งถ้าเค้าฟังเพลงนะ ตะโกนดังแค่ไหน เทอก็จะไม่หัน แล้วหนูเกียจบวกกับน้อยใจที่สุด
หนูบอกเจ๊กิ๊ฟว่า ไม่ล๊อคบ้านก่อนหรอ? เจ๊กิ๊ฟก้บอกว่า ไม่ แล้วเดินไปเลย แล้วคือรถวันนั่นก็จอดไกล แต่เทอเดินไปถึงรถแล้วละ ปล่อยให้หนูตะโกน
เรียกให้มาปิดบ้าน แต่ทว่าจริงๆแล้ว หนูวิ่งขึ้นไปบนห้องนอนแล้วหยิบกุญแจหนูมาปิดก็ได้ แต่หนูไม่ไง หนูวิ่งไปหาเจ๊กิ๊ฟด้วยความโมโห
ที่เค้าไม่เคยใส่ใจความรู้สึกใคร แล้วก็ว่าๆบ่นๆแล้วหนูก็หยิบมาล๊อค …………………….. แล้วอะไรรู้ไม๊ ทั้งวัน หนูก็เรียนไม่รู้เรื่อง เพราะเวลาหนูอารมเสีย
หนูจะเครียดและเสียใจมาก หนูเรียนไปก็เครียดไป … ไม่รู้จะทำไงดี หนูเลย เขียนขอโทดเค้าไป ก็ในเมื่อหนูคงไม่ได้รับคำขอโทดจากเค้านินา
ขอโทด แล้วหนูรู้สึกไม่เครียดไง… แล้วเจ๊กิ๊ฟก็ส่งกลับมาอีกนะ ว่า ไม่เป็นไร … มันคงจะกีกว่านี้ ถ้าเค้าจะพูดขอโทดกับมาด้วยซ้ำ

เบื่อมากๆ อะวันนั่น หนูไม่อยากจะเจอคนแบบนี้ในชีวิตจริงๆ แต่เอาเหอะ ไม่อยากบ่น ปวดหัว… ตอนกลางคืน หนูก็อยากจะเคลียให้มันจบอะนะ
หนูเลยเริ่มพูดเลย ว่าหนูไม่ชอบนะ คนไม่แคร์ใครอะ …. เค้าก็ย้อนหนูกลับมาว่า เจ๊มีความรู้สึกว่าแกดูมีความสุขนะเวลาหาเรื่องคนเนี้ย
หนูเลยบอกเค้าไปว่า กลางไม่ได้โรคจิตนะ ที่หาเรื่องคนแล้วมีความสุขอะ รู้ไม๊ เรียนก็ไม่รู้เรื่อง เครียดก็เครียด เบื่อก็เบื่อ หัดใส่ใจความรู้สึกคนรอบข้างบ้าง
อย่ามัวแต่คิดว่าตัวเองถูกอย่างเดียว … แล้วป๊าแม่ว่าหนูมีความสุขหรอ ทะเลาะกันเนี้ย คนที่ร้องไห้ ก็มีแต่หนูคนเดียวอะ
ร้องไห้ แล้วอีกวัน ตาก็ลืมจะไม่ขึ้น ไปเรียนก็ง่วงเหนื่อย อยากจะหลับตา … ไหนจะเจอคะแนนสอบเน่าๆอีก
หนูเครียด แต่หนูก็อดทน … แต่ตอนนี้เจ๊กิ๊ฟก็ดีขึ้นแล้วละ
หนูบอกให้เค้ายิ่มเยอะๆ แล้วอย่าเดินก้มน่ามาก แต่ที่ตลกก็คือ
ทีนี้ เค้ายิ้มให้ทุกคนเลย โอ๊ย หนูละจะบ้าตาย ไม่เคยมีความพอดี เดินไปไหนก็ยิ้ม ยิ้มไปทั่ว
หนูเลยบอกเค้าว่า ยิ้มจริงใจ อย่ายิ้มมั่ว.

อย่างที่บอกไว้แต่ต้นว่า เรื่องที่เล่าเป็นอารมณ์ในตอนนั่น เพราะฉะนั่น ตอนนี้โอเคแล้ว...

วันนี้หนูพอเท่านี้ก่อนละกัน วันจันทร์หนูมีสอบเศรษฐศาสตร์ จะไปอ่านสักหน่อย
พูดไปตามตรง … หนูว่า ป๊าแม่เองก็ยังไม่รู้จักตัวตนของหนูลึกมากสักเท่าไรหรอก อาจจะเป็นเพราะ
หนูเลือกที่จะปล่อย แล้วก็เลือกที่จะเก็บ … หลายๆคนมองว่าหนูเป็นคนอารมณ์ดีตลอดเวลา
แต่ลึกๆหนูมีหลายอย่างที่อยู่ในใจ มากมาย ที่ไม่อยากจะพูดออกมา แต่หนูไม่ใช่คนเก็บกดนะ
หนูเป็นคนธรรมดาเนี้ยละ ฮ่าๆๆๆๆๆๆ ขนาดเจ๊กิ๊ฟยังตกใจเวลาหนูพูดอะไรแบบที่เค้าไม่คาดคิดเลย
จะเล่าเรื่องเล็กๆให้ฟัง (มะกี้หนูบอกว่าจะไป แต่หนูขอเล่าอิกนิดละกัน)
หนูไปที่โรงอาหาร เดินไปหาโต๊ะกับเพื่อนชื่อแอนนา หาโต๊ะว่างไม่เจอ หนูเลย นั่งกับ ญ ช คู่นึงเค้าอ่านหนังสือกันอยู่
เค้าติวหนังสือกันอยู่ มันเป็นโต๊ะกลมกว้างมาก หนูเลยขอเค้านั่งอีกฝั่งนึง
หนูกับแอนนาก็นั่งอ่านหนังสือกันเงียบๆ
เจ๊กิ๊ฟเดินมาหา แล้วเค้าก็กินแซนวิสของเค้าเงียบๆอยู่ข้างๆหนู
คู่ของ ญ คนนั่น เค้าเดินจากไป ญ คนนั่นเลยนั่งคนเดียวอ่านหนังสือ คนละฝั่ง
เพื่อนๆรวมกับเพื่อนๆเจ๊ก๊ฟแห่กันมา ก็คุยหัวเราะกันฮาเฮมาก เจ๊กิ๊ฟก็คุยนั่นคุยนี้
แต่หนูเหลือบไปมองผู้ญคนนั่น ใจตอนนั่น หนูสงสารเค้ามากอะ แบบเค้าอยู่คนเดียวไม่มีใครคุยด้วย
เจ๊กิ๊ฟกับเพื่อนห้าหกคนก็ยังโม้กันใหญ่
หนูเลยสะกิดเจ๊กิ๊ฟ แล้วบอกว่า “น้องกลางสงสารเค้าอะ ไม่มีใครคุยกะเค้าเลย พวกเราเสียงดังเกินไปรึป่าว เค้าอ่านหนังสือ แล้วกลางก็รู้สึกแปลกๆ  เค้ามองพวกเราตลอดเลยอะ”
เจ๊กิ๊ฟก็ทำตาโตใส่ แล้วบอกว่า “กลาง แกสุดยอด เค้าคือคนที่ถูกลืม แต่แกนี้แคร์ทุกรายละเอียดจริงๆ”
ตอนนั่นหนูก็ตกใจตัวหนูเองเหมือนกันอะ ตกใจ ที่เจ๊กิ๊ฟไม่สังเกตเหมือนหนู หลายๆอย่าง แล้วหนูก็เพิ่งรู้ตัวเอง
ว่าหนูแคร์คนขั้นสุดยอด ถ้าเจ๊กิ๊ฟไม่บอกวันนั่น จบ.
มีอีกหลายเรื่องอยากเล่า แต่ไว้หนูมีเวลาว่างจัดๆ แล้วจะมาเล่าละกัน อ้อ วันนี้เจอแมงมุมตัวใหญ่มากอะ
ตอนนี้หนูทำตัวปั๊มน่ายิ้มกับน่าบึ๊งให้เจ๊กิ๊ฟ แล้วจะให้คะแนน จะนับเป็นอาทิตย์